⚠️ ไม่ถ่าย + อาเจียน + ท้องแข็งตึง = ไปโรงพยาบาลทันที  ·  ดูสัญญาณฉุกเฉินทั้งหมด
หน้าแรก › ยาและยาระบาย
ยา & ความปลอดภัย (Pillar)

คู่มือยาระบายในผู้สูงอายุ: แต่ละชนิดต่างกันอย่างไร และต้องระวังอะไร

รู้จักยาระบายแต่ละกลุ่มด้วยชื่อสามัญ เพื่อคุยกับเภสัชกรและแพทย์ได้เข้าใจตรงกัน — ยาระบายไม่ได้อันตรายเหมือนกันทั้งหมด แต่การเลือกให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคนคือหัวใจ

เภสัชกรหญิงชาวไทยอธิบายยาหลายรูปแบบบนเคาน์เตอร์ร้านยาให้ผู้สูงอายุและลูกหลานฟัง โดยไม่เห็นชื่อแบรนด์
ยาระบายมีหลายกลุ่มและบทบาทต่างกัน การเลือกควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ ไม่ใช่เลือกซื้อเอง

ภาพรวมที่ต้องเข้าใจก่อน

ยาระบายมีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีกลไก บทบาท ขนาด และระยะเวลาการใช้ที่ต่างกัน คำถามที่ถูกไม่ใช่ “ตัวไหนดีที่สุด” แต่คือ “ตัวไหนเหมาะกับอาการและโรคประจำตัวของผู้สูงอายุคนนี้” หน้านี้ช่วยให้คุณเข้าใจเพื่อคุยกับเภสัชกรหรือแพทย์ ไม่ใช่เพื่อเลือกหรือปรับยาเอง

ยาระบายไม่ได้อันตรายเหมือนกันทั้งหมด

อินโฟกราฟิกยาระบายห้ากลุ่มหลักพร้อมกลไกการออกฤทธิ์
ยาระบาย 5 กลุ่มหลักและกลไก — แต่ละกลุ่มมีบทบาทต่างกัน

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมีสองด้านสุดโต่ง ด้านหนึ่งคิดว่ายาระบายทุกชนิดอันตรายและติด อีกด้านคิดว่าซื้อกินเองได้ตามใจ ความจริงอยู่ตรงกลาง ยาระบายส่วนใหญ่ปลอดภัยเมื่อใช้ถูกชนิด ถูกขนาด และตามคำแนะนำ แต่ในผู้สูงอายุที่มักมีโรคไต โรคหัวใจ ภาวะกลืนลำบาก และใช้ยาหลายชนิด การเลือกผิดกลุ่มหรือใช้ต่อเนื่องเองอาจก่อปัญหาได้ จึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้พิจารณา

1. กลุ่มเพิ่มกาก (Bulk-forming)

ตัวอย่างชื่อสามัญ: psyllium, ispaghula husk

ทำงานคล้ายใยอาหาร โดยเพิ่มมวลและอุ้มน้ำให้อุจจาระนุ่มและเคลื่อนตัวง่ายขึ้น เหมาะกับผู้ที่อุจจาระแข็งและได้ใยอาหารน้อย จุดสำคัญคือต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะถ้าน้ำไม่พออาจทำให้อุจจาระจับก้อนแข็งขึ้น และไม่เหมาะเมื่อกลืนลำบากมากหรือเมื่อสงสัยภาวะอุดตัน เพราะอาจทำให้แย่ลง ในผู้สูงอายุที่ดื่มน้ำได้จำกัดจึงต้องพิจารณาเป็นพิเศษ

2. กลุ่มออสโมติก (Osmotic)

ตัวอย่างชื่อสามัญ: polyethylene glycol (PEG / แมโครกอล), lactulose, magnesium hydroxide และเกลือแมกนีเซียมอื่นตามบริบท

กลุ่มนี้ทำงานโดยดึงหรืออุ้มน้ำไว้ในลำไส้ ทำให้อุจจาระนุ่มและเคลื่อนตัวง่าย PEG มักออกฤทธิ์นุ่มนวลและมีหลักฐานสนับสนุนสำหรับท้องผูกเรื้อรังในหลายกรณี จึงมักถูกใช้เป็นตัวเลือกต้น ๆ ในผู้สูงอายุ แต่ยังต้องดื่มน้ำให้พอและปรับขนาดตามอาการ ส่วน lactulose เพิ่มน้ำในลำไส้ผ่านการหมัก จึงอาจมีแก๊สและท้องอืดมากกว่า ทั้งสองตัวอาจทำให้ถ่ายเหลวได้ถ้าขนาดมากเกินไป สำหรับ เกลือแมกนีเซียม ต้องระวังในผู้ป่วยโรคไต เพราะแมกนีเซียมอาจสะสมจนเป็นอันตราย

PEG มีหลักฐานสนับสนุนก็จริง แต่ไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกคน — การเลือกยังต้องดูโรคประจำตัวและภาวะของผู้ป่วยแต่ละราย

3. กลุ่มกระตุ้นลำไส้ (Stimulant)

ตัวอย่างชื่อสามัญ: bisacodyl, senna / sennosides

กลุ่มนี้กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้โดยตรง จึงออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว เหมาะกับการใช้ระยะสั้นหรือเป็นตัวช่วยเป็นครั้งคราว ตามคำแนะนำ ไม่ใช่ของที่ควรใช้ต่อเนื่องเองทุกวันโดยไม่ปรึกษา ผลข้างเคียงที่พบได้คือปวดบิด ถ่ายพรวด หรือถ่ายเหลว อย่างไรก็ตามไม่ควรทำให้กลุ่มนี้ดูน่ากลัวเกินจริง เพราะยังมีบทบาทที่เหมาะสมเมื่อใช้ถูกวิธีภายใต้คำแนะนำของเภสัชกรหรือแพทย์

4. กลุ่มทำให้อุจจาระนุ่ม (Stool softener)

ตัวอย่างชื่อสามัญ: docusate sodium

ช่วยให้น้ำซึมเข้าเนื้ออุจจาระได้ดีขึ้น ใช้ในบางบริบท แต่ต้องพูดกันตรง ๆ ว่าหลักฐานประสิทธิภาพในท้องผูกเรื้อรังค่อนข้างจำกัด จึงไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน และมักไม่ใช่ตัวหลักในการจัดการท้องผูก

5. กลุ่มใช้ทางทวารหนัก (Rectal agents)

ตัวอย่างชื่อสามัญ: glycerin suppository, bisacodyl suppository, ยาสวน (enema) ชนิดต่าง ๆ

ใช้เมื่อมีอุจจาระค้างบริเวณปลายลำไส้ในบางกรณี ออกฤทธิ์เฉพาะที่ แต่ไม่ใช้แทนการประเมินภาวะอุจจาระอุดตัน โดยเฉพาะ ยาสวนชนิด sodium phosphate ต้องระวังเป็นพิเศษในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคไต และโรคหัวใจ เพราะอาจทำให้เกลือแร่ผิดปกติรุนแรงได้ การใช้ยากลุ่มนี้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำและการประเมินของบุคลากรทางการแพทย์

ประเด็นที่มักถามเพิ่มเติม

PEG ต่างจาก lactulose อย่างไร — ทั้งคู่เป็นออสโมติกที่เพิ่มน้ำในลำไส้ แต่ PEG มักมีแก๊สและท้องอืดน้อยกว่า lactulose ซึ่งถูกหมักจึงเกิดแก๊สมากกว่า · ยาเหน็บกับยาสวนต่างกันอย่างไร — ยาเหน็บ (suppository) ออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณไส้ตรงเมื่อมีอุจจาระค้างที่ปลาย ส่วนยาสวน (enema) ใส่ของเหลวเข้าทางทวารเพื่อกระตุ้นการถ่าย ซึ่งต้องระวังมากในผู้สูงอายุ · การใช้หลายกลุ่มร่วมกัน ควรอยู่ภายใต้การดูแลของทีมรักษา ไม่ผสมเองตามใจ

ท้องผูกจากโอปิออยด์และหลังผ่าตัด เป็นสถานการณ์ที่พบบ่อยและมักต้องวางแผนป้องกันร่วมกับแพทย์ตั้งแต่เริ่มยาแก้ปวด เพราะการปรับอาหารอย่างเดียวมักไม่พอ

ตารางสรุปยาระบายตามกลุ่ม

เพื่อการสื่อสารกับผู้เชี่ยวชาญ — ไม่ระบุขนาดสั่งใช้เฉพาะบุคคล การเลือกและขนาดต้องกำหนดโดยเภสัชกร/แพทย์
กลุ่มชื่อสามัญกลไกเริ่มออกฤทธิ์ (ทั่วไป)เหมาะกับข้อควรระวัง
Bulk-formingpsyllium, ispaghulaเพิ่มมวล/อุ้มน้ำหลายวันอุจจาระแข็ง ได้ใยน้อยต้องดื่มน้ำพอ ไม่ใช้เมื่อสงสัยอุดตัน/กลืนลำบากมาก
OsmoticPEG / macrogolดึงน้ำเข้าอุจจาระ1–3 วันท้องผูกเรื้อรังหลายกรณี (มีหลักฐาน)ท้องอืด ถ่ายเหลว ปรับขนาดตามอาการ
Osmoticlactuloseเพิ่มน้ำผ่านการหมัก1–2 วันอุจจาระแข็งแก๊ส ท้องอืด ถ่ายเหลว
Saline osmoticmagnesium hydroxideเพิ่มน้ำในลำไส้ไม่กี่ชั่วโมง–1 วันใช้บางกรณีระวังโรคไต/แมกนีเซียมสูง
Stimulantbisacodylกระตุ้นการบีบตัว/หลั่ง6–12 ชม.ระยะสั้น/rescueปวดบิด ถ่ายพรวด ถ่ายเหลว
Stimulantsenna/sennosidesกระตุ้นการเคลื่อนไหว6–12 ชม.ระยะสั้น/เสริมปวดเกร็ง ถ่ายเหลว
Stool softenerdocusateช่วยน้ำซึมเข้าอุจจาระ1–3 วันบางบริบทหลักฐานใน chronic constipation จำกัด
Rectalglycerin/bisacodyl suppositoryกระตุ้นไส้ตรง15–60 นาทีอุจจาระค้างปลายลำไส้ไม่แทนการประเมิน impaction
Enemasodium phosphate/ชนิดอื่นเพิ่มน้ำ/กระตุ้นทางทวารไม่กี่นาทีเฉพาะบางสถานการณ์ระวังมากในไต หัวใจ ผู้สูงอายุ เกลือแร่

เรื่อง “ถ่ายพรวดและเสียเกลือแร่” — พูดให้แม่น

แผนภาพเตือนภาวะถ่ายพรวดและการเสียน้ำเกลือแร่ในกลุ่มเสี่ยง
ถ่ายพรวด/เสียเกลือแร่เกิดเมื่อใช้ยาแรงเกินหรือถ่ายเหลวมาก โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง

คำเตือนนี้จริง แต่ต้องไม่พูดเกินจริง หากยาระบายแรงเกินความจำเป็น ใช้เกินขนาด หรือทำให้ถ่ายเหลวมากและยืดเยื้อ ผู้สูงอายุอาจขาดน้ำหรือมีเกลือแร่ผิดปกติ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไต โรคหัวใจ หรือใช้ยาขับปัสสาวะ อาการที่ต้องระวังคือ อ่อนเพลียมาก เวียนหัว ใจสั่น ปัสสาวะน้อยลง ปากแห้ง หรือสับสน — แต่นี่ไม่ได้แปลว่า “กินยาระบายแล้วเสียเกลือแร่เสมอ” สำหรับทุกคน

อย่าใช้ยาระบายกลุ่มกระตุ้นต่อเนื่องเองทุกวันโดยไม่ปรึกษา และถ้าถ่ายเหลวมากจนอ่อนเพลีย ปัสสาวะน้อยลง ให้ติดต่อทีมรักษา
ฉุกเฉิน

เมื่อไรที่ต้องหยุดและพบแพทย์

  • สงสัยอุจจาระอุดตัน (ไม่ถ่าย + อาเจียน + ท้องบวมตึง หรือผายลมไม่ได้) — ห้ามใช้ยาระบายกระตุ้น ให้ไปโรงพยาบาล
  • ถ่ายเหลวมากจนอ่อนเพลีย ปัสสาวะน้อยลง เวียนหัว ใจสั่น (สงสัยขาดน้ำ/เกลือแร่)
  • ปวดท้องรุนแรง ท้องโป่งตึง มีเลือดออกทางทวาร

ข้อควรจำ

หน้านี้เป็นข้อมูลเพื่อความเข้าใจและการสื่อสารกับผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่คำสั่งใช้ยา · ไม่หยุดยา ไม่ลดขนาด และไม่เปลี่ยนยาเอง · การเลือกยาระบายและขนาดควรให้เภสัชกรหรือแพทย์พิจารณาตามผู้ป่วยแต่ละราย · ถ้าท่านสงสัยว่ายาประจำตัวทำให้ท้องผูก อ่าน หน้ายาที่ทำให้ท้องผูก

คำถามที่ผู้ดูแลถามบ่อย

ยาระบายผู้สูงอายุตัวไหนปลอดภัยที่สุด

ไม่มีชนิดเดียวที่เหมาะและปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้สูงอายุทุกคน การเลือกขึ้นกับลักษณะท้องผูก โรคไต โรคหัวใจ ยาที่ใช้อยู่ ภาวะกลืนลำบาก และความเสี่ยงอุจจาระอุดตัน สิ่งที่ถูกต้องคือให้เภสัชกรหรือแพทย์เลือกชนิดและขนาดให้เหมาะกับผู้สูงอายุแต่ละคน ไม่ใช่เลือกตามคำว่า ‘ตัวไหนดีที่สุด’

PEG กับ lactulose กับ senna ต่างกันอย่างไร

PEG และ lactulose เป็นกลุ่มออสโมติกที่ทำงานโดยดึงหรือเพิ่มน้ำในลำไส้ ออกฤทธิ์นุ่มนวลกว่าและ PEG มีหลักฐานสนับสนุนสำหรับท้องผูกเรื้อรัง ส่วน senna เป็นกลุ่มกระตุ้นลำไส้ที่เร่งการบีบตัว เหมาะกับการใช้ระยะสั้นหรือเป็นตัวช่วยเป็นครั้งคราว การใช้แต่ละกลุ่มให้เหมาะกับอาการและโรคประจำตัวควรให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณา

ยาระบายทำให้เสียเกลือแร่จริงไหม

ไม่ได้เกิดกับทุกคนและไม่เกิดเสมอไป ความเสี่ยงขาดน้ำและเกลือแร่ผิดปกติจะเพิ่มขึ้นเมื่อใช้ยาที่แรงเกินความจำเป็น ใช้เกินขนาด หรือทำให้ถ่ายเหลวมากและยืดเยื้อ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคไต โรคหัวใจ หรือใช้ยาขับปัสสาวะ หากถ่ายเหลวมากจนอ่อนเพลีย ปัสสาวะน้อยลง ควรติดต่อทีมรักษา

PEG เหมาะกับผู้สูงอายุทุกคนไหม

PEG มีหลักฐานสนับสนุนและมักออกฤทธิ์นุ่มนวล จึงถูกใช้เป็นตัวเลือกต้น ๆ ในหลายกรณี แต่ไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกคน ยังต้องดื่มน้ำให้พอ ปรับขนาดตามอาการ และพิจารณาตามโรคประจำตัว การเลือกควรให้เภสัชกรหรือแพทย์เป็นผู้กำหนด

ยาเหน็บกลีเซอรีนใช้แทนการประเมินอุดตันได้ไหม

ไม่ได้ ยาเหน็บช่วยเมื่อมีอุจจาระค้างที่ปลายลำไส้ในบางกรณี แต่ไม่ใช้แทนการประเมินภาวะอุจจาระอุดตัน หากสงสัยว่ามีก้อนแข็งอุดหรือมีอาการอันตรายร่วม ควรให้ทีมรักษาประเมิน

docusate (ยาทำให้อุจจาระนุ่ม) ได้ผลไหม

หลักฐานประสิทธิภาพในท้องผูกเรื้อรังค่อนข้างจำกัด จึงมักไม่ใช่ตัวหลักในการจัดการ ใช้ได้ในบางบริบทตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

ยาสวน sodium phosphate อันตรายไหมในผู้สูงอายุ

ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจทำให้เกลือแร่ผิดปกติรุนแรงได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคไต และโรคหัวใจ การใช้ควรอยู่ภายใต้การประเมินและคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

แหล่งอ้างอิงและการทบทวน

เนื้อหาหน้านี้เรียบเรียงจากงานวิจัยทางคลินิกและแนวทางการดูแลผู้สูงอายุด้านล่าง และอยู่ระหว่างการทบทวนโดยเภสัชกร/แพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพก่อนเผยแพร่จริง (ดู นโยบายเนื้อหาและหลักฐาน)
  1. American Gastroenterological Association (AGA) & American College of Gastroenterology (ACG) — แนวทางการจัดการ chronic idiopathic constipation.
  2. Rao SSC, Go JT. Update on the management of constipation in the elderly. Clinical Interventions in Aging. 2010;5:163–171 (geriatric prescribing concern).
  3. ข้อควรระวังการใช้ sodium phosphate enema ในผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคไต/หัวใจ (FDA safety communication).
  4. Cochrane review — docusate สำหรับท้องผูก: หลักฐานประสิทธิภาพจำกัด.
  5. NICE Clinical Knowledge Summaries. Constipation in adults — laxative choice.
  6. Gastroenterology (AGA). Pharmacological management of chronic idiopathic constipation.

เผยแพร่: 14 ก.ค. 2026 · ปรับปรุงล่าสุด: 14 ก.ค. 2026