⚠️ ไม่ถ่าย + อาเจียน + ท้องแข็งตึง = ไปโรงพยาบาลทันที  ·  ดูสัญญาณฉุกเฉินทั้งหมด
คู่มือสำหรับลูกหลานและผู้ดูแล

ผู้สูงอายุท้องผูก
อย่าดูแค่จำนวนวันที่ไม่ถ่าย

สิ่งที่สำคัญกว่าคือรูปแบบที่เปลี่ยนไปและอาการร่วม หน้านี้ช่วยให้รู้ว่าแบบไหนดูแลที่บ้านได้ แบบไหนต้องรีบพบแพทย์ และควรเริ่มจากอาหาร น้ำ การเคลื่อนไหว หรือยา

ชายสูงอายุชาวไทยนั่งบนโซฟาในคอนโดเมืองใหญ่ ใช้มือกุมท้องและขมวดคิ้วจากความไม่สบายท้อง

ท้องผูกในผู้สูงอายุหมายถึงอะไร

ท้องผูกไม่ได้วัดที่จำนวนวันเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงอุจจาระที่แข็งขึ้น ต้องเบ่งมากขึ้น รู้สึกถ่ายไม่สุด หรือความถี่ที่ลดลงเมื่อเทียบกับที่เคยเป็นของท่าน ผู้สูงอายุแต่ละคนมีจังหวะการขับถ่ายที่ต่างกัน บางคนถ่ายวันละครั้ง บางคนสองถึงสามวันครั้งและสบายดี เกณฑ์ที่ใช้ได้จริงจึงคือการเทียบกับ “ปกติของท่านเอง”

ในวัยนี้ท้องผูกพบบ่อยขึ้นจริง แต่ไม่ใช่สิ่งที่ควรปล่อยไว้ เพราะการปล่อยเรื้อรังเสี่ยงต่ออุจจาระอุดตัน ริดสีดวง และในผู้สูงอายุเปราะบางอาจทำให้เบื่ออาหารหรือสับสนมากขึ้น การดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงคุ้มค่ากว่าการรอให้เป็นหนัก

เช็กรูปแบบเดิมของแต่ละคนก่อน

คำถามที่ใช้ได้จริง

ถ่ายห่างขึ้นจากที่เคยไหม อุจจาระแข็งขึ้นไหม ต้องเบ่งนานขึ้นหรือรู้สึกถ่ายไม่สุดไหม ถ้าใช่ แปลว่าเริ่มมีปัญหาที่ควรดูแล โดยไม่ต้องรอให้ครบจำนวนวันใด ๆ

สามสถานการณ์ที่พบบ่อย

1) พ่อแม่ที่ยังเดินได้และกินได้ — มักเริ่มจากใยอาหารและน้ำที่น้อยลง ปรับอาหารและกิจวัตรที่บ้านได้ผลดี · 2) ผู้สูงอายุที่ใช้ยาหลายชนิด — ควรทบทวนยากับเภสัชกรควบคู่ไปด้วย เพราะยาบางกลุ่มทำให้ผูก · 3) ผู้ป่วยติดเตียงหรือสื่อสารไม่ได้ — ต้องสังเกตและจดบันทึกแทน และระวังภาวะอุดตันเป็นพิเศษ

อ่านต่อ: ทำไมผู้สูงอายุถึงท้องผูกง่ายขึ้น →

ดูแลที่บ้านได้ หรือควรพบแพทย์

แผนภาพเปรียบเทียบอาการที่ดูแลที่บ้านได้กับอาการที่ควรพาไปพบแพทย์
ดูแลที่บ้านได้ หรือควรพบแพทย์ — ดูอาการร่วม ไม่ใช่จำนวนวัน
ฉุกเฉิน

พบข้อใดข้อหนึ่ง = ไปโรงพยาบาลทันที / โทร 1669

  • ปวดท้องต่อเนื่อง อาเจียน ท้องบวมตึง หรือผายลมไม่ได้ (สงสัยลำไส้อุดตัน)
  • ถ่ายเป็นเลือด อุจจาระดำคล้ายยางมะตอย
  • น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ อุจจาระลีบเล็ก หรือซึมลง/สับสนเฉียบพลัน

อ่านต่อ: อุจจาระอุดตัน–ถ่ายซึม–เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล →

สาเหตุสำคัญที่มักมาพร้อมกัน

ท้องผูกในผู้สูงอายุมักเป็นผลรวมของอาหารและใยอาหารที่น้อยลง ดื่มน้ำน้อย เคลื่อนไหวน้อย โรคประจำตัว ยาหลายชนิด และกิจวัตรที่ไม่สม่ำเสมอ แทบไม่เคยมาจากสาเหตุเดียว การเข้าใจว่าปัจจัยไหนกำลังกดดันลำไส้ของท่าน ช่วยให้แก้ได้ตรงจุดมากกว่าการลองผิดลองถูก

อ่านต่อเรื่องสาเหตุทั้งหมด →

เริ่มดูแลอย่างเป็นขั้นตอน (5 ขั้น)

แผนภาพขั้นตอนการดูแลผู้สูงอายุท้องผูก 5 ขั้น ได้แก่ อาหาร น้ำ เวลาเข้าห้องน้ำ การเคลื่อนไหว และการทบทวนยา
เริ่มดูแลอย่างเป็นขั้นตอน 5 ขั้น — ทำสม่ำเสมอสำคัญกว่าทำหนักเป็นครั้งคราว
  • อาหาร — เพิ่มผักสุก ผลไม้ที่เคี้ยวได้ และธัญพืชไม่ขัดสีทีละน้อย ปรับเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวและกลืนได้สบาย (คู่มืออาหาร)
  • น้ำตามความเหมาะสม — จัดรอบเช้า-บ่าย ลดหัวค่ำ นับของเหลวทุกชนิด และปรับปริมาณตามโรคไต/หัวใจที่ต้องจำกัดน้ำ
  • เวลาเข้าห้องน้ำ — ตั้งเวลาให้คงที่หลังมื้ออาหาร ซึ่งเป็นช่วงที่ลำไส้ตื่นตัวตามธรรมชาติ ไม่เร่ง ไม่ฝืนเบ่ง
  • การเคลื่อนไหว — เดินสั้น ๆ หลังอาหาร หรือขยับแขนขาและพลิกตัวบนเตียงเท่าที่ทำได้ (ตารางดูแลรายวัน)
  • ทบทวนยา — รวบรวมยาและอาหารเสริมทั้งหมดไปคุยกับเภสัช/แพทย์ ไม่หยุดหรือปรับยาเอง (ยาที่ทำให้ผูก)

อาหารที่ช่วย และอาหารแบบใดที่มีใยอาหารต่ำ

อินโฟกราฟิกเปรียบเทียบอาหารที่ช่วยเพิ่มใยกับอาหารที่ทำให้ภาพรวมมื้อมีใยต่ำเมื่อกินมาก
อาหารที่ช่วย และอาหารที่ควรลดสัดส่วน

หัวใจของเรื่องอาหารคือมองภาพรวมของทั้งวัน ไม่ใช่โทษอาหารทีละชนิด อาหารที่ช่วยได้แก่ผักสุกเนื้อนุ่ม ผลไม้ที่เคี้ยวได้อย่างมะละกอ กีวี ส้ม และลูกพรุน ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วและเต้าหู้ ซุปผัก และโยเกิร์ตในผู้ที่รับได้ ส่วนอาหารที่ทำให้ภาพรวมมีใยต่ำเมื่อกินเป็นสัดส่วนใหญ่คือข้าว/แป้งขัดสี ขนมปังขาว อาหารแปรรูปใยต่ำ และของว่างหวาน ๆ แทนมื้ออาหาร

ไม่มีอาหารชนิดเดียวที่ทำให้ผูกแน่นอน — ดู คู่มืออาหารฉบับเต็ม และ เมนูเนื้อนุ่ม 7 วัน

ยาระบายอยู่ตรงไหน

เมื่อการปรับอาหารและกิจวัตรยังไม่พอ ยาระบายเป็นทางเลือกที่ใช้ได้ แต่ไม่ได้อันตรายเหมือนกันทั้งหมด มีหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มเพิ่มกาก กลุ่มออสโมติกอย่าง PEG และแล็กทูโลส กลุ่มกระตุ้นอย่าง senna และ bisacodyl กลุ่มทำให้นุ่ม และกลุ่มใช้ทางทวาร แต่ละกลุ่มมีบทบาทและข้อควรระวังต่างกัน ความเสี่ยงเสียน้ำและเกลือแร่จะเพิ่มขึ้นเมื่อใช้ยาแรงเกินจำเป็นหรือถ่ายเหลวมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยไต หัวใจ หรือใช้ยาขับปัสสาวะ การเลือกจึงควรให้เภสัช/แพทย์พิจารณาตามผู้ป่วยแต่ละคน

อ่านต่อ: คู่มือยาระบายแยกตามกลุ่ม →

พรีไบโอติกอยู่ตรงไหน

พรีไบโอติก เช่น FOS เป็นอาหารของจุลินทรีย์ดีในลำไส้ อยู่ที่ชั้นการดูแลระยะต่อเนื่อง หลังจากจัดการอาหาร น้ำ การเคลื่อนไหว และทบทวนยาแล้ว ไม่ใช่ยาระบายและไม่ใช้แก้ภาวะเฉียบพลัน มีหลักฐานสนับสนุนในบางสูตรและบางกลุ่ม จึงควรเริ่มทีละน้อยและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญให้เหมาะกับแต่ละคน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว

อ่านต่อ: พรีไบโอติกสำหรับผู้สูงอายุ →

คำถามที่ผู้ดูแลถามบ่อย

ผู้สูงอายุท้องผูกควรเริ่มดูแลจากอะไรก่อน

ถ้าไม่มีสัญญาณอันตราย เริ่มจากปรับอาหารให้มีใยมากขึ้นทีละน้อยพร้อมของเหลวที่เหมาะสม ตั้งเวลาเข้าห้องน้ำให้คงที่หลังมื้ออาหาร เพิ่มการเคลื่อนไหวเท่าที่ทำได้ และถ้าท่านใช้ยาประจำหลายตัวให้รวบรวมไปทบทวนกับเภสัชกร ทำควบคู่กับการจดบันทึกเพื่อดูว่าอะไรได้ผล

ต้องพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์เมื่อไร

ให้ไปโรงพยาบาลทันทีถ้าไม่ถ่ายร่วมกับอาเจียน ท้องบวมตึง ปวดมาก หรือผายลมไม่ได้ และควรพบแพทย์เมื่อมีเลือดออก น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ อุจจาระลีบเล็กลง รูปแบบเปลี่ยนกะทันหัน หรือซึมลง/สับสน ส่วนอาการที่ค่อยเป็นค่อยไปและยังกินดื่มได้ มักเริ่มดูแลที่บ้านได้ก่อน

ยาระบายซื้อกินเองได้ไหม

ยาระบายมีหลายกลุ่มและบทบาทต่างกัน บางกลุ่มเหมาะกับการใช้ระยะสั้น บางกลุ่มใช้ต่อเนื่องภายใต้คำแนะนำ การเลือกให้เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวควรให้เภสัชกรหรือแพทย์พิจารณา และห้ามใช้ยาระบายกระตุ้นเมื่อสงสัยภาวะอุดตัน

พรีไบโอติกช่วยได้ไหม จำเป็นต้องกินไหม

พรีไบโอติกเป็นตัวเสริมของการดูแลลำไส้ระยะต่อเนื่อง ไม่ใช่ยาระบายและไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน มีหลักฐานสนับสนุนในบางสูตรและบางกลุ่ม ควรเริ่มทีละน้อยและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว

ผู้สูงอายุไม่ยอมกินผักหรือดื่มน้ำ ทำอย่างไร

ปรับเนื้อสัมผัสอาหารให้นุ่มและใช้ผักผลไม้ที่ท่านชอบ แบ่งของเหลวเป็นจิบเล็ก ๆ บ่อยครั้ง นับของเหลวจากซุปและผลไม้ฉ่ำน้ำด้วย และให้ท่านมีส่วนเลือกเอง จะได้ผลกว่าการบังคับ

อยากได้คำแนะนำทั่วไปเพื่อเตรียมตัว?

ถ้าต้องการคำแนะนำทั่วไปจากเภสัชกรเพื่อเตรียมข้อมูลก่อนพบแพทย์ หรือช่วยวางกิจวัตรดูแลที่บ้าน ปรึกษาได้ทาง LINE — ไม่มีการขายสินค้า และหากเคสควรพบแพทย์ เราจะแนะนำให้ไปพบ

💬 ช่องทางปรึกษา
ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่วินิจฉัยแทนแพทย์ · ฉุกเฉินโทร 1669

แหล่งอ้างอิงและการทบทวน

เนื้อหาหน้านี้เรียบเรียงจากงานวิจัยทางคลินิกและแนวทางการดูแลผู้สูงอายุด้านล่าง และอยู่ระหว่างการทบทวนโดยเภสัชกร/แพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพก่อนเผยแพร่จริง (ดู นโยบายเนื้อหาและหลักฐาน)
  1. NIDDK. Eating, Diet & Nutrition for Constipation. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases.
  2. Rao SSC, Go JT. Update on the management of constipation in the elderly. Clinical Interventions in Aging. 2010;5:163–171.
  3. NICE Clinical Knowledge Summaries. Constipation in adults.

เผยแพร่: 14 ก.ค. 2026 · ปรับปรุงล่าสุด: 14 ก.ค. 2026